ข้อมูลเดินทางเข้าไทยโครงการ Living in The Blue Zone Sandbox (ไม่ต้องกักตัว) - อัพเดท 2022

ประเทศไทยเริ่มกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ได้มีการปรับมาตรการและเงื่อนไขการเข้าประเทศไทยของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เพื่อรับผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนโดยไม่ต้องผ่านการกักกัน แต่การเดินทางถูกจำกัดให้อยู่ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (พื้นที่ Blue Zone Sandbox) ภายใต้โครงการ "Living in The Blue Zone Sandbox" บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับโครงการ Living in The Blue Zone Sandbox เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย


For English Click: Living in The Blue Zone Sandbox


รูปแบบการเดินทางเข้าประเทศไทย

ตามนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล ประเทศไทยได้แบ่งรูปแบบการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ดังนี้

TEST & GO (Exemption from Quarantine) - เดินทางเข้าไทยโดยยกเว้นการกักตัว 

Living in The Blue Zone Sandbox - เดินทางเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว / พื้นที่ Sandbox ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่อื่น

Happy Quarantine  - ผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนกักตัวในโรงแรมกักตัวทางเลือก AQ


Living in The Blue Zone Sandbox คืออะไร?

Living in The Blue Zone Sandbox เป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางเข้าประเทศไทยแบบใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยใน "พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว" หรือ "พื้นที่สีฟ้า (Blue Zones)" ซึ่งเดิมรู้จักกันในนาม "พื้นที่แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox)" พื้นที่เหล่านี้เป็นปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยว

โครงการ The Blue Zone Sandbox เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วเดินทางไปยังจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยต้องพำนักอยู่ในพื้นที่นี้ในช่วง 7 วันแรก จากนั้นจึงเดินทางได้อย่างอิสระในทุกจังหวัดประเทศไทย

เงื่อนไข/กฎเกณฑ์ของ Blue Zone Sandbox 

แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดในการกักตัว แต่นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางมายังประเทศไทย ยังคงต้องลงทะเบียนก่อนเดินทางและจะต้องทำการทดสอบ COVID-19 เมื่อมาถึงประเทศไทย ผู้เดินทางจำเป็นต้องเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับการรับรองในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวอย่างน้อย 5 คืน และหากผลตรวจโควิด-19 ครั้งที่สองเป็นลบ ก็สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในประเทศไทยได้

รายละเอียดสำหรับการเดินทางเข้าไทยภายใต้รูปแบบ Blue Zone Sandbox ดังนี้

จังหวัด/พื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว

เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ประเทศไทยได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการภายใต้ "โครงการแซนด์บ็อกซ์" ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต, จังหวัดสุราษฎร์ธานี, จังหวัดพังงา (เขาหลัก เกาะยาว) และจังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์) โดยไม่มีการกักตัว หากนักท่องเที่ยวต้องการไปสถานที่อื่นในประเทศไทย จะต้องอยู่ในพื้นที่ Sandbox เหล่านี้เป็นเวลา 7 คืนก่อนออกเดินทาง ปัจจุบันพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่องเหล่านี้ เรียกว่า "พื้นที่สีฟ้า (Blue Zones)" ได้ขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ อีกหลายจังหวัดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

รายชื่อจังหวัด/พื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว ที่นี่: พื้นที่สีฟ้านำร่องท่องเที่ยว

ประเทศที่สามารถเข้าร่วม Blue Zone Sandbox 

โครงการ The Blue Zone Sandbox  ต้อนรับนักเดินทางที่บินมายังประเทศไทยจากทุกประเทศทั่วโลก

การกักตัว

ไม่มีการกักตัว อย่างไรก็ตามผู้เดินทางต้องเข้าพักในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวอย่างน้อย 5 คืนก่อนออกเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ผู้เดินทางต้องรอผลตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR  ครั้งแรกในโรงแรมก่อนท่องเที่ยวในพื้นที่สีฟ้า

สถานะการฉีดวัคซีน

สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่มีการกักตัว ผู้เดินทางต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง ผู้เดินทางต้องแสดงใบรับรองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือทางการไทย โดยหลักฐานการฉีดวัคซีนจำเป็นต้องใช้เมื่อลงทะเบียน Thailand Pass

สำหรับผู้ที่เดินทางก่อน 15 ธันวาคม 2564

  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่เดินทางกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องฉีดวัคซีน โดยสามารถเข้าไทยภายใต้โครงการ "Blue Zone Sandbox " ได้ตามเงื่อนไขเดียวกันกับผู้ปกครอง
  • หากมีประวัติได้รับเชื้อโควิด-19 จะต้องได้รับวัคซีน 1 เข็ม ภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังจากหายป่วย โดยจะต้องแนบเอกสารรับรอง / ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันการหายป่วยจากโรคโควิด-19 มาพร้อมกับใบรับรองการฉีดวัคซีน 1 เข็มดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ก่อนได้รับเชื้อโควิด-19 จะถือว่าเป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์

สำหรับผู้ที่เดินทาง 16 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป 

ข้อกำหนดสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ประสงค์เข้าประเทศไทยในโครงการ Blue Zone Sandbox

  • สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนและไม่ต้องแสดงผลการตรวจ RT-PCR แต่ต้องเดินทางพร้อมกับผู้ปกครองและเมื่อเดินทางถึงไทยแล้วจะสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้น้ำลาย (saliva testing)
  • สำหรับเด็กอายุ 6 – 11 ปี ไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีน แต่ต้องเดินทางพร้อมกับผู้ปกครอง และต้องแสดงผลการตรวจ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชม. ก่อนเวลาเดินทาง
  • สำหรับเด็กอายุ 12 – 17 ปี ต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มหรือหากไม่เคยได้รับวัคซีน จะต้องเดินทางพร้อมกับผู้ปกครอง โดยผู้เดินทางอายุ 12-17 ปี ทุกคนต้องแสดงผลการตรวจ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชม. ก่อนเวลาเดินทาง

ข้อกำหนดสำหรับผู้เคยติดเชื้อโควิด-19 ที่ประสงค์เข้าประเทศไทยในโครงการ Blue Zone Sandbox

  • หากเคยติดเชื้อโควิด-19 ภายใน 3 เดือนก่อนเดินทางเข้าไทย สามารถใช้เอกสาร COVID-19 recovery form หรือใบรับรองแพทย์ที่รับรองว่าหายจากโควิด-19 หรือไม่มีอาการแล้วโดยจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 (RT-PCR) ก่อนเข้าประเทศไทย
  • หากเคยติดเชื้อโควิด-19 เกิน 3 เดือน จะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มจะดำเนินการในช่วงใดก็ได้ภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ ผู้เดินทางที่เคยได้รับวัคซีนครบก่อนติดเชื้อโควิด-19 จะถือว่า เป็นผู้ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนด

โรงแรม Blue Zone Sandbox 

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงประเทศไทยจะต้องเข้าพักที่โรงแรม SHA Extra Plus (SHA Extra+) ที่ได้รับการยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่มีมาตรฐานแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ 

คุณสามารถจองผ่านเว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ต่างๆ เช่น Booking.comAgoda.com หรือจองโรงแรมโดยตรง เจ้าหน้าที่ของโรงแรมจะต้องออกใบยืนยันการจองเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบในการเข้าประเทศ

รายชื่อโรงแรม SHA Extra Plus ในประเทศไทย:

ประกันสุขภาพ (ไม่จำเป็นสำหรับคนไทย)

กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในไทยในวงเงินไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตามที่ทางราชการกำหนด สำหรับผู้มีสัญชาติไทยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย เนื่องจากได้รับรองการรักษาพยาบาลผ่านโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับประกันสุขภาพสำหรับเดินทางเข้าประเทศในวงเงินคุ้มครอง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่นี่: ประกันโควิด COVID-19 สำหรับเดินทางเข้าประเทศไทย

การตรวจโควิด-19

การตรวจโควิด-19 ก่อนออกเดินทาง

ผู้เดินทางต้องมีใบรับรองปลอดโควิด-19 (COVID-19-Free Health Certificate) ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง  (ยกเลิกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป)

การตรวจโควิด-19 ในประเทศไทย

ระหว่างการเข้าพัก ผู้เดินทางทุกคนต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง และออกค่าใช้จ่ายเอง ดังนี้

  • ตรวจครั้งแรก: เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดภูเก็ตและรอผลการตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR ในที่พัก
  • ตรวจครั้งที่สอง: ตรวจโควิด-19 แบบ ATK ในวันที่ 5 หลังจากเดินทางถึง

Thailand Pass

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ต้องลงทะเบียน Thailand Pass ควรลงทะเบียนและส่งเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันเดินทาง โดยผู้ลงทะเบียนที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศ / พื้นที่ที่ไทยมีข้อมูล PKI QR Code จะได้รับการพิจารณาการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนท่านอื่นจะได้รับการพิจารณาภายใน 3 – 7 วัน เมื่ออนุมัติแล้วจะได้รับ “Thailand Pass QR Code” เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าประเทศไทย

ดูเพิ่มเติม: ขั้นตอนและวิธีลงทะเบียน Thailand Pass


Join Our FACEBOOK Page!

อัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดประเทศในช่วงของการระบาดโควิด-19 

 

อัพเดทข่าวเกี่ยวกับโครงการ Living in The Blue Zone Sandbox

Update วันที่ 1 เมษายน 2565

การกักตัวแบบ Sandbox ลดระยะเวลาที่ต้องอยู่ในพื้นที่ sandbox ก่อนไปพื้นที่อื่น จาก 7 วันเหลือ 5 วัน 

ผู้ที่ได้ลงทะเบียน Thailand Pass ก่อนหน้านี้และได้รับ QR code แล้ว และจะเดินทางถึงประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไปจะได้รับสิทธิ์ตามมาตรการที่เปลี่ยนแปลงนี้โดยไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass ใหม่ 

Update วันที่ 1 มกราคม 2565

นอกเหนือจากการเดินทางเข้าไทยในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค 2565 เป็นต้นไปจะสามารถลงทะเบียนเข้าแบบ Sandbox ได้ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า พังงา และกระบี