ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox): แผนการเปิดประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว!

รัฐบาลไทยเปิดประเทศไทยอีกครั้งโดยไม่มีการกักตัวแบบมีเงื่อนไข ตามแผนที่เรียกว่า "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)" ซึ่งมีจังหวัดภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการต้อนรับนักเดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว และแสดงผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 เข้ามาท่องเที่ยว  


For English Click: Phuket Sandbox 


ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) คืออะไร?

แผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นโครงการใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว  โครงการนี้มีเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ก่อนที่ประเทศไทยจะกลับมาเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกของไทยที่มีการดำเนินการตามแผนของโครงการ "แซนด์บ็อกซ์" นี้ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะภูเก็ตนี้จะไม่กักตัวในห้องพักอีกต่อไป



เงื่อนไข/กฎเกณฑ์ของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

แผนของ Phuket Sandbox ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 โดยในช่วงเริ่มต้นของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการยืนยันแผนเปิดเมืองภูเก็ตในวันที่ 1 ก.ค.2564 เป็นต้นไป เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม โดยไม่มีการกักตัวและมีการระบุต้องอยู่ในภูเก็ตเป็นเวลาเพียง 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่ แต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุว่านักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนต้องอยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในประเทศ

จนกระทั่งในวันที่ 30 กันยายน 2564 ประเทศไทยได้ปรับมาตราการอีกครั้ง โดยมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนวันกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งมีผลทำให้ผู้ที่เดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ต้องอยู่บนเกาะภูเก็ตเพียง 7 วันก่อนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น 

คนไทยเข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้หรือไม่?

มาตรการเข้าจังหวัดภูเก็ตจากต่างประเทศมีการระบุว่าชาวไทยสามารถเข้าร่วม Phuket Sandbox ได้ 

ใครบ้างที่สามารถร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์โดยไม่ต้องกักตัว?

✔️ ผู้เดินทางอายุ 18 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันก่อนเดินทาง โดยวัคซีนนั้นต้องผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือ กระทรวงสาธารณสุขของไทย และผู้เดินทางต้องแสดงเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีน (Certificate of Vaccination) ให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบได้ 

✔️ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ยังไม่ได้รับวัคซีนแต่เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตในโครงการ Phuket Sandbox ได้ ต้องมีใบรับรองแพทย์พร้อมผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธี RT-PCR ซึ่งระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง

✔️ คนไทยและคนต่างชาติสามารถเข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้

ประเทศที่สามารถเข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางจากทุกประเทศทั่วโลกให้เข้าร่วมโครงการแซนด์บ็อกซ์ โดยไม่มีการแบ่งรายชื่อประเทศตามระดับความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด-19

แผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเปิดสำหรับนักเดินทางที่บินมายังประเทศไทยจากประเทศเสี่ยงต่ำและปานกลางของไวรัส SAR-CoV-2 ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และททท. รายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

สำหรับการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยและเข้าร่วม Phuket Sandbox ผู้เดินทางจะต้องยื่นขอ Thailand Pass เพื่อใช้ในเดินทางเข้าประเทศเช่นเดียวกับทุกคนที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วงการระบาดของโควิด-19

ผู้เดินทางทุกคนต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง (Certificate of Vaccination) โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และต้องส่งหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อลงทะเบียน Thailand Pass

ผู้เดินทางจะต้องแสดงหลักฐานการจองโรงแรม SHA Extra Plus (SHA++) และหลักฐานการชําระค่าโรงแรมล่วงหน้า โดยระบุระยะเวลาการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 7 คืน

หลักฐานการการจองตรวจหาเชื้อโควิด-19  ซึ่งจองผ่านระบบ Phuket Swab Appointment System (PSAS)

ตั๋วเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศไปภูเก็ต

ในการเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวยังคงจะต้องแสดงหนังสือยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 (COVID-19 Free Certificate) ที่ออกให้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงประเทศไทย 

สําหรับกรณีที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตน้อยกว่า 7 วัน ให้แสดงบัตรโดยสารขาออกจากภูเก็ต, หลักฐานการชําระเงินค่าที่พัก และค่าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในช่วงเวลาดังกล่าว 

ประกันโควิด COVID-19 สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

ชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางมายังประเทศไทยต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดในจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 USD 

คลิกด้านล่างเพื่อเปรียบเทียบราคาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด คุณสามารถซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ในเว็บไซต์ประกันภัยได้อย่างง่ายดายได้เพียงไม่กี่คลิ้ก  ⬇️ 

  • Sawasdee Thailand - แผนประกันนี้สามารถใช้ประกอบการเดินทางเข้าประเทศไทย คุ้มครองตรงตามเงื่อนไขการสมัคร Thailand Pass ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล รวมโรคจาก COVID -19 สูงสุด 1.75 ล้านบาท ชาวต่างชาติหลายพันคนเลือกใช้ประกันนี้สำหรับเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงการระบาดของ COVID-19  
  • Thailand Pass Insurance - กรมธรรม์ยอดฮิตสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ มีความคุ้มครองวงเงินขั้นต่ำ 50,000 USD ตามที่กำหนด สามารถซื้อได้ง่ายๆ ทางออนไลน์
  • Tune Protect iPass  - บริษัทประกันของไทยที่เสนอประกันสุขภาพสําหรับทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเนื่องจากโรคติดเชื้อ COVID-19 

เช็ครายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 สำหรับการเดินทางเข้าประเทศได้โดยคลิกลิ้งค์ด้านล่างนี้

โรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (โรงแรม SHA Extra Plus ในภูเก็ต)

แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดในการกักตัว แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเก็ตต้องพำนักในโรงแรมที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง SHA Extra Plus (SHA++) เท่านั้น  ซึ่งเครื่องหมาย SHA+ คือ สัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย ออกโดยททท.และ สธ. เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่มีมาตรฐานแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ หลังการเข้าพักตามระยะเวลาที่กำหนดสามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นในประเทศไทยได้ 

ผู้เดินทางต้องเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA Extra Plus  เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 คืน ในกรณีที่เข้าพักในภูเก็ตน้อยกว่า 7 คืน จะต้องเดินทางกลับประเทศโดยใช้สนามบินนานาชาติภูเก็ต

โรงแรม SHA Extra Plus ในภูเก็ตสามารถจองผ่านเว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ต่างๆ เช่น Booking.comAgoda.com หรือโรงแรมโดยตรง ผู้เข้าพักจะต้องอัพโหลดใบยืนยันการจองโรงแรม SHA Extra Plus ในระบบ Thailand Pass เพื่ออนุมัติในการเดินทางเข้าประเทศ

รายชื่อโรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นโรงแรม SHA Extra Plus  (SHA++) ในจังหวัดภูเก็ต ได้มีการรวบรวมไว้ในลิ้งค์ด้านล่างนี้  ⬇️

โรงแรม SHA Extra Plus ในจังหวัดภูเก็ต แบ่งตามพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา มีดังต่อไปนี้:

โรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 20 อันดับแรก จากผู้อ่านของเรา มีดังต่อไปนี้:

  1. โรงแรมอันดามันตรา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ภูเก็ต
  2. โรงแรม โอเชี่ยนฟร้อนท์บีชรีสอร์ทแอนด์สปา 
  3. โรงแรมเครส รีสอร์ท และ พลูวิลล่า 
  4. วินด์แฮม ซี เพิร์ล รีสอร์ต ภูเก็ต 
  5. โรงแรมพูลแมน ภูเก็ต อาเคเดีย หาดในทอน 
  6. แกรนด์ เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า 
  7. โรงแรม ภูเก็ต แมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา เมอร์ลินบีช 
  8. โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต 
  9. โรงแรม เดอะ รอยัล พาราไดส์ แอนด์ สปา 
  10. โรงแรมไดมอนด์ คลิฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา
  11. โนโวเทล ภูเก็ต กมลา บีช 
  12. โรงแรม ไอบิส ภูเก็ต ป่าตอง 
  13. โรงแรม ดับเบิลทรี บาย ฮิลตัน ภูเก็ต บ้านไทยรีสอร์ท 
  14. โรงแรม เจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา
  15. โรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต อาร์เคเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา 
  16. ไอส์แลนด์ เอสเคป บาย บุราส่าหรี 
  17. ปริภัส ป่าตอง รีสอร์ท 
  18. ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ภูเก็ต ป่าตองบีช เซ็นทรัล 
  19. โฮเทล โคลเวอร์ ป่าตอง ภูเก็ต 
  20. บุราส่าหรี ภูเก็ต 

การตรวจโควิด-19 ที่ภูเก็ต

ระหว่างการเข้าพักในจังหวัดภูเก็ต ผู้เดินทางทุกคนต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง และออกค่าใช้จ่ายเอง ดังนี้

  • ตรวจครั้งแรก: เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดภูเก็ตและรอผลการตรวจโควิด-19 ในที่พัก
  • ตรวจครั้งที่สอง: ในวันที่ 6 หรือ 7 หลังจากเดินทางถึง
  • ตรวจครั้งที่สามในวันที่ 12 หรือ 13 (ยกเลิกสำหรับผู้เดินทางเข้าตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2021 เป็นต้นไป)

การตรวจโควิด-19 ทั้งหมดต้องจองและชำระเงินล่วงหน้าผ่านระบบนัดหมายของ PSAS ผู้เดินทางจะต้องแนบเอกสารยืนยันการชำระเงินค่าตรวจโควิด-19 จากสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองเมื่อลงทะเบียน Thailand Pass

ดูเพิ่มเติม: ขั้นตอนการจองตรวจโควิด-19 ในภูเก็ต

Phuket Swab Centers

  • ไม้ขาว (ภูเก็ตเหนือ) โทร. 096-643-4572
  • ลากูน่า (เชิงทะเล) โทร. 076-325-442
  • ป่าตอง (จังซีลอน) โทร. 093-574-0683
  • กะตะ (กะตะเซ็นเตอร์) โทร. 081-693-6586
  • ตัวเมืองภูเก็ต (เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า) โทร. 088-765-0363

ถ้าหากคุณต้องการผลตรวจโควิดเพื่อเดินทางกลับต่างประเทศหรือกลับต่างจังหวัด คุณอาจต้องทดสอบ COVID-19 เพิ่มเติมก่อนออกเดินทาง  โดยทั่วไปโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งให้บริการตรวจโควิด-19 และแพ็คเกจของการตรวจโควิด-19 แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของการทดสอบและสถานที่ตรวจ ค่าใช้จ่ายของการทดสอบ COVID-19 แบบ RT-PCR อยู่ที่ประมาณ 2,500-4,000 บาทต่อคน และการทดสอบแบบ Rapid Antigen Test  อยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน 

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต หนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำบนเกาะภูเก็ต เสนอแพ็กเกจตรวจ COVID-19 RT-PCR, Fit-To-Fly Certificate, รายงานผลตรวจ และค่าที่ปรึกษา พร้อมรับผลตรวจภายใน 24 ชม. (วันถัดไป) ในราคา 3,500 บาท สามารถจองแพ็คเกจออนไลน์ได้ในราคาพิเศษ 3,400 บาท 

จองตรวจโควิดวิธี RT-PCR ในภูเก็ต

คลินิกนาบอน อินเตอร์เมดิคอล ใจกลางเมืองภูเก็ต ให้บริการตรวจโควิดทั้งวิธี Antigen Test และ RT-PCR โดยบุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพโดยเริ่มต้นที่ 690 บาท

จองตรวจโควิดวิธี Antigen Test ในภูเก็ต


จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณตรวจพบเชื้อโควิด-19

ในกรณีที่คุณมีผลโควิด-19 เป็นบวกคุณจะถูกส่งตัวไปยังสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษา คุณจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลซึ่งครอบคลุมในประกัน COVID-19 ที่กำหนด

หากคุณเดินทางเป็นกลุ่ม ผู้เดินทางที่เหลือในกลุ่มจะต้องเข้าพักในโรงแรมกักตัว AQ ในจังหวัดภูเก็ต และจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกักตัวเอง

ผู้ที่มีอาการใดอาการหนึ่งของโรคโควิด-19 จะต้องเข้ารับการตรวจทันที หากเดินทางเป็นหมู่คณะ ทุกคนในกลุ่มจะต้องตรวจโควิดเช่นกัน

สายการบินไปภูเก็ต

สายการบินหลายสายได้มีการประกาศเที่ยวบินตรงไปภูเก็ต เช่น การบินไทย, สิงคโปร์แอร์ไลน์, เอมิเรตส์, กาตาร์แอร์เวย์, อีวาแอร์, โคเรียนแอร์ ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปภูเก็ตควรติดต่อสายการบินโดยตรงสำหรับอัพเดทเที่ยวบินปัจจุบันและข้อกำหนดการเดินทาง

ดูเพิ่มเติม: รายชื่อเที่ยวบินระหว่างประเทศสู่ภูเก็ต (Phuket Sandbox Flights)

Update: เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป  การเดินทางไปภูเก็ต เฉพาะผู้โดยสารซีลรูท (Sealed Route) สามารถต่อเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ โดยต้องเป็นเที่ยวกำหนดเท่านั้น ได้แก่ PG5275 และ PG5279 ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

ดูเพิ่มเติม: เที่ยวบินพิเศษกรุงเทพ-ภูเก็ต เริ่ม 1 ก.พ.นี้ 

Join Our FACEBOOK Page!

อัพเดทข้อมูลการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดประเทศในช่วงของการระบาดโควิด-19 

 

แผนการชะลอหรือยกเลิกโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจถูกระงับหรือยกเลิกหากมีการระบาดของ Covid-19 ในจังหวัดภูเก็ต ในกรณีดังนี้

  • มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์
  • มีลักษณะการกระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอ และมากกว่า 6 ตำบล
  • มีการระบาดเกิน 3 คลัสเตอร์
  • มีการระบาดในวงกว้างที่หาสาเหตุหรือความเชื่อมโยงไม่ได้
  • มีผู้ติดเชื้อครองเตียงตั้งแต่ร้อยละ 80 ของศักยภาพ

การฉีดวัคซีนที่ภูเก็ต

ความสำเร็จของโครงการ Phuket Sandbox ยังขึ้นอยู่กับผลการฉีดวัคซีนด้วย รัฐบาลได้มีการระบุเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญ คือ ภายในต้นเดือนกรกฎาคม คนภูเก็ตต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ประมาณ 70 % ของประชากรทั้งหมดเพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่  กล่าวอีกนัยหนึ่ง ประชาชนอย่างน้อย 466,000 คนที่อาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ตควรได้รับการฉีดวัคซีนประมาณ 933,000 โดสในพื้นที่ภูเก็ตภายในเดือนมิถุนายน

 


ไทม์ไลน์/ข่าวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

อัพเดท 29 กันยายน 2564

ประเทศไทยได้ปรับมาตราการโดยมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนวันกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งมีผลทำให้ผู้ที่เดินทางเข้าภูเก็ตต้องอยู่ในพื้นที่เพียง 7 วันก่อนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น นอกจากนี้ยังมีการลดจำนวนการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เหลือเพียง 2 ครั้ง

ประกาศเพิ่มเติมจากสถานทูตไทย

  • ผู้ที่ได้จองโรงแรม SHA Plus ไปแล้ว 14 วัน สามารถติดต่อโรงแรม SHA Plus เพื่อเปลี่ยนแปลง/ลดวันเข้าพักให้เหลือ 7 วันได้
  • ผู้ที่ได้จองตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ครั้ง สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงจำนวนครั้งการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และขอรับค่าตรวจหาเชื่อโควิด-19 ครั้งที่ 3 คืน ได้เมื่อเดินทางถึงไทย
  • ผู้ที่จะเดินทางเข้า Phuket Sandbox ที่จะถึงไทยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 และได้รับการอนุมัติ COE ไปก่อนที่จะมีประกาศนี้ สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยด้วย COE ฉบับนั้นได้เลย โดยเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยสามารถดำเนินการลดจำนวนวันเข้าพักและขอรับค่าจองโรงแรมที่ได้ชำระเกินวันที่ 7 คืนจากโรงแรม ตลอดจนดำเนินการเปลี่ยนแปลงจำนวนครั้งการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และขอรับค่าตรวจหาเชื่อโควิด-19 ครั้งที่ 3 คืน

อัพเดท 29 มิถุนายน 2564

แผนของ Phuket Sandbox มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 7/2564  ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2564 โดยมีเนื้อหาดังนี้

มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

1. ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน

2. เดินทางมาจากประเทศ/พื้นที่ซึ่ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศบค.) หรือศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดโดยการเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้มีการลงทะเบียนผ่านระบบหรือเว็บไซต์ที่ทางราชการกําหนด ทั้งนี้ ผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนออกเดินทาง เว้นแต่ผู้ที่พํานักอยู่ในราชอาณาจักรซึ่งได้เดินทางออกจากราชอาณาจักรและได้เดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่ที่ได้รับอนุมัติข้างต้น โดยให้มีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

  • หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry - COE)
  • ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 (Medical Certificate with a laboratory result indicating that COVID - 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
  • กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด - 19 ตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • หลักฐานการชําระค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR โดยระบุระยะเวลาการเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน ในโรงแรมหรือสถานที่พัก ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกําหนด สําหรับกรณีที่ผู้เดินทางพํานักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วัน ให้มีบัตรโดยสารของสายการบินที่ระบุห้วงระยะเวลาในการเดินทางออกจากราชอาณาจักร หลักฐานการชําระเงินค่าที่พัก และค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในห้วงเวลาดังกล่าว
  • เอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกําหนด ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สําหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 (Medical Certificate with a laboratory result indicating that COVID - 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

3. ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศของประเทศ/พื้นที่ต้นทาง ก่อนออกเดินทาง

มาตรการเมื่อเดินทางถึง/ระหว่างอยู่ในราชอาณาจักร

1. มาตรการตรวจคัดกรองอาการและการดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 
1.1) กรณีเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงมายัง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงการดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
 
1.2) กรณีเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยสายการบินที่ไม่มีเที่ยวบินตรง และต้องเดินทางโดยทางอากาศต่อไปยังท่าอากาศยานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว ให้ผู้เดินทางดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
  • ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึง การดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศจุดแรกที่มีการเดินทางเข้ามาภายในราชอาณาจักร ก่อนเดินทางต่อไปยัง ท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
  • ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึง การดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศหรือในพื้นที่ของท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนําร่อง ด้านการท่องเที่ยว
2. ให้ใช้ระบบติดตามหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกําหนด โดยให้เปิดระบบติดตามดังกล่าวไว้ตลอดเวลา เพื่อเฝ้าระวังหรือติดตาม อาการระหว่างที่ผู้เดินทางพํานักอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
 
3. ให้เดินทางออกจากท่าอากาศยานไปยังโรงแรมหรือสถานที่พักโดยยานพาหนะที่จัดไว้เป็นการเฉพาะ โดยต้องไม่มีการแวะหรือหยุดพัก ณ สถานที่ใด ๆ ก่อนถึงโรงแรมหรือสถานที่พัก
 
4. ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR ณ สถานที่ที่ทางราชการกําหนด โดยผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
 
4.1) ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR จํานวน 1 ครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงราชอาณาจักร โดยห้ามเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักจนกว่าจะมีผลการตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19
 
4.2) ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR เพิ่มเติมจากข้อ 4.1) ดังนี้
  • กรณีพํานักอยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 7 วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 7 ของระยะเวลาที่พํานักหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
  • กรณีพํานักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 - 14 วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 7 และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 - 13 ของระยะเวลาที่พํานักหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
ทั้งนี้ ในกรณีพบว่าผู้เดินทางมีการติดเชื้อโรคโควิด - 19 ให้โรงแรมหรือสถานที่พักดําเนินการประสานส่งตัวผู้เดินทางไปยังสถานพยาบาล คู่สัญญาตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขหรือทางราชการกําหนดโดยเร่งด่วนเพื่อทําการตรวจหรือรักษาต่อไป โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด หรือเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายระหว่างโรงแรมหรือสถานที่พักกับผู้เดินทาง
 
5. กรณีผู้เดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักหลังจากทราบผลการตรวจยืนยันแล้วว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 ให้ผู้เดินทางรายงานตัวเมื่อกลับมา ยังโรงแรมหรือสถานที่พักทุกวันตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือตามที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกําหนด โดยห้ามไปพํานักค้างคืนในสถานที่อื่นนอกเหนือจากโรงแรมหรือสถานที่พักที่ได้กําหนดไว้ และให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ราชการกําหนด อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาที่พํานักอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
 
6. กรณีผู้เดินทางพํานักอยู่ในจังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วัน ห้ามผู้เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเด็ดขาด และเมื่อครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทันที
 
7. กรณีผู้เดินทางพํานักอยู่ในจังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ให้สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวได้ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว
 
มาตรการก่อนเดินทางออกจากราชอาณาจักรหรือเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร
  • ให้ตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR กรณีประเทศ/พื้นที่ปลายทางกําหนด โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ในกรณีผู้เดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร ให้ผู้เดินทางแสดงหลักฐานการพํานักที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว พร้อมหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR ตามข้อ 4.2) ข. ต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดต้นทางและจังหวัดปลายทางตามหลักเกณฑ์หรือแนวทางที่ทางราชการกําหนด

อัพเดท 28 มิถุนายน 2564

ททท. ได้เผยข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเปิดประเทศไทยและมาตรการเข้าประเทศไทยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเริ่มจากภูเก็ตเป็นประเทศนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ดังนี้

ก่อนเดินทาง

  • ผู้เดินทางควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่แออัดไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง
  • ผู้เดินทางต้องเดินทางจากประเทศ/ภูมิภาคที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และททท. เสนอ และต้องอยู่ในประเทศดังกล่าวไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนวันเดินทาง 
  • ต้องลงทะเบียนการเดินทางผ่านระบบหรือเว็บไซต์ที่กำหนด และมีเอกสารดังต่อไปนี้:
    • หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE)
    • ใบรับรองแพทย์พร้อมผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธี RT-PRC ระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง
    • สำเนากรมธรรม์ประกันภัยเป็นภาษาอังกฤษ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและค่ารักษาสำหรับ COVID-19 ตลอดระยะเวลาในประเทศไทย โดยระบุความคุ้มครองอย่างชัดเจนไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • สำเนาการยืนยันการชำระเงินสำหรับการเข้าพัก 14 คืนและการทดสอบ RT-PCR 
    • ในกรณีที่ระยะเวลาพำนักน้อยกว่า 14 วัน ผู้เดินทางจะต้องแสดงตั๋วเที่ยวบินที่ยืนยันแล้วออกจากประเทศไทย
    • ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 พร้อมวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง
  • ผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองทางออกก่อนออกเดินทางมาถึง

วันที่เดินทางมาถึง

  • ผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองการเข้าเมือง ตลอดจนขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนตลอดจนเปิดแอปพลิเคชันตลอดเวลาตลอดระยะเวลาในประเทศไทย
  • เดินทางไปยังโรงแรมที่จองไว้ด้วยบริการรับส่งสนามบินที่ได้รับอนุมัติ
  • เข้ารับการทดสอบ COVID-19 (วิธี RT-PCR) โดยออกค่าใช้จ่ายเองตามข้อกำหนดต่อไปนี้:
    • ทำการทดสอบครั้งแรกเมื่อเดินทางมาถึงและรอผลการทดสอบในที่พัก
    • ทำการทดสอบ RT-PCR เพิ่มเติมตามข้อกำหนดต่อไปนี้:
      • ผู้เดินทางที่มีระยะเวลาพำนักน้อยกว่า 7 วันจะต้องทำการทดสอบอีกครั้งในวันที่ 6 หรือ 7 หรือตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
      • ผู้เดินทางที่มีระยะเวลาพำนักระหว่าง 10-14 วัน ต้องทำการทดสอบครั้งที่สองในวันที่ 6 หรือ 7 และการทดสอบครั้งที่สามในวันที่ 12 หรือ 13 หรือตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
  • หากผลตรวจเป็นลบสำหรับ COVID-19 ผู้เดินทางสามารถไปได้ทุกที่ในภูเก็ต
  • ผู้เดินทางที่ตั้งใจจะเข้าพักน้อยกว่า 14 วันต้องออกจากภูเก็ต (ประเทศไทย) โดยทันทีโดยเที่ยวบินระหว่างประเทศไปยังประเทศอื่น
  • ผู้เดินทางที่เข้าพักในภูเก็ตครบ 14 คืนแล้ว จะได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของประเทศไทย

การเดินทางออกระหว่างประเทศ / ภายในประเทศ

  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังประเทศอื่น ผู้เดินทางควรปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่ประกาศโดยประเทศปลายทางนั้นๆ
  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของไทย ผู้เดินทางจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้เข้าพัก 14 คืนพร้อมกับเอกสารที่จำเป็นอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์และมาตรการที่ประกาศโดยจุดหมายปลายทางนั้นๆ

อัพเดท 19 มิถุนายน 2564

แผนของ Phuket Sandbox ได้รับการอนุมัติการประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 และจะมีการเสนอเพื่อขออนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรี

ร่างมาตรการเข้าจังหวัดภูเก็ต (ตามราชกิจจานุเบกษา) มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง

เกณฑ์การรับนักท่องเที่ยว Phuket Sandbox 

  • กําหนดประเทศของนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ และปานกลาง (สธ.กําหนด และททท.เลือกบางประเทศ
  • คนต่างชาตติต้องพำนักอยู่ในประเทศความเสี่ยงต่ำและปานกลาง อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าพื้นที่
  • คนไทย และคนต่างชาติที่มีถิ่นพํานักในไทย ที่เดินทางกลับมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงและปานกลาง
  • การได้รับวัคซีนที่รับรองโดย อย. หรือ WHO ครบกําหนดตามประเภทวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน และมีเอกสารรับรอง การได้รับวัคซีน (Vaccine Certificate) ถูกต้อง
  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี มากับผู้รับวัคซีนให้เดินทาง พร้อมผู้ปกครองได้
  • กรณีเคยติดเชื้อ ต้องได้รับวัคซีนครบตามประเภทของวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน

เมื่อเดินทางมาถึงภูเก็ต 

  • ติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ (ภาษาอังกฤษ)
  • เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ณ สนามบินภูเก็ด
  • เดินทางเข้าที่พัก SHA+ ด้วยพาหนะที่กําหนด
  • รอผลการตรวจในห้องพัก เมื่อไม่พบเชื้อสามารถออก จากห้องพักและเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้

ระหว่างพํานักในภูเก็ต  

  • พํานักในภูเก็ตอย่างน้อย 14 คืน กรณีอยู่น้อยกว่า 14 คืน ต้องเป็นการเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงออกนอกราชอาณาจักร จากจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น
  • ตรวจ RT-PCR ตามระยะเวลาที่พํานัก (ในวันที่ 6-7 และ 12-13)

ก่อนเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต 

  • จากจังหวัดภูเก็ตไปจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยให้แสดงหลักฐานยืนยันว่าได้พํานักในภูเก็ดอย่างน้อย 14 คืน 

อัพเดท 12 มิถุนายน 2564

เฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ได้ระบุ​ถึงการดำเนินการของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ดังนี้

"โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากข้อสั่งการของผม ในการหาหนทางในการทดลองเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว เพื่อฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศมาตลอด โดยพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดนั่นคือจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นเกาะที่สามารถควบคุมการเข้าออกได้ ดังนั้นเราจึงมีการเตรียมความพร้อมด้วยการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในภูเก็ต ซึ่งในวันนี้ฉีดไปมากกว่า 70% ของประชากรทั้งจังหวัดแล้ว โดยเฉพาะพี่น้องในภาคการท่องเที่ยวที่เราจะฉีดให้ครบ 100% ซึ่งจะเปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และต้องพักอาศัยในภูเก็ตอย่างน้อย 14 วันก่อนจะไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นต่อได้ และจะมีระบบตรวจโรคและติดตามตัวอย่างเข้มงวดด้วย

โดยโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นี้ได้ผ่านการพิจารณาจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ ศบค. และ ครม. อนุมัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ และจะเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆต่อไป

สำหรับส่วนกิจการอื่นๆ เช่นร้านอาหาร หรือพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่ยังมีเงื่อนไขการปิดสถานที่ หรือมีข้อจำกัดต่างๆ ผมและศบค. มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยทางสาธารณสุขและการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน และจะประกาศให้ทราบทันทีที่มีมติในการเปลี่ยนแปลงครับ"

อัพเดท 8 มิถุนายน 2564

ททท.เผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโมเดล Phuket Sandbox เปิดให้บริการภูเก็ตอย่างปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 1 ก.ค. ดังนี้

ก่อนเดินทาง

ผู้เดินทางต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนและบุตรหลาน จำเป็นต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้าทั้งหมดตามลำดับสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ ดังนี้ 

  • ใบรับรองวัคซีนเพื่อพิสูจน์ว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบถ้วนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปีก่อนวันเดินทางด้วยวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขหรือได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
  • วีซ่า (สำหรับต่างขาติ)
  • หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE) ที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพ COVID-19 ที่มีความคุ้มครองขั้นต่ำ 100,000 เหรียญสหรัฐ (สำหรับต่างขาติ)
  • การยืนยันการจองโรงแรมเป็นเวลา 14 คืน
  • ใบรับรองแพทย์พร้อมผลห้องปฏิบัติการ RT-PCR ระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

วันที่เดินทางมาถึง

  • ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และการตรวจคัดกรอง COVID-19 
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ThailandPlus
  • เช็คอินที่สถานประกอบการที่พักที่ได้รับการรับรอง SHA Plus ที่จองล่วงหน้าและพักที่นั่นไม่น้อยกว่า 14 คืน

ระหว่างการเข้าพักในภูเก็ต

  • เข้ารับการทดสอบ COVID-19 โดยใช้วิธี RT-PCR หรือวิธี rapid antigen ในวันที่ 5 ที่คุณมาถึงตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
  • มีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวหรือเพลิดเพลินกับบริการในสถานที่และธุรกิจที่ได้รับการรับรอง SHA Plus ภายใต้มาตรการป้องกัน DMHTTA
  • กรณีฉุกเฉินในกรณีที่มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรืออาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ ที่พักของท่าน หรือติดต่อโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
  • เจ้าของสถานประกอบการที่พักต้องรายงานรายชื่อและสถานะของแขกต่างชาติทั้งหมดต่อผู้มีอำนาจในจังหวัดทุกวัน

สิ้นสุดการเข้าพัก

  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆของไทย ผู้เดินทางที่ได้รับการฉีดวัคซีนจะต้องแสดงใบรับรองวัคซีนและใบรับรองแพทย์ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ
  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังประเทศอื่นๆ ผู้เดินทางควรปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่ประกาศโดยประเทศปลายทางนั้น ๆ

อัพเดท 28 พฤษภาคม 2021

ททท.ออกหนังสือแจ้งแผนการเปิดภูเก็ตถึงพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแสดงการยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ตจะเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ 

จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาว่า " ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม2564 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในหลักการให้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ครบแล้ว และมีผลตรวจเป็นลบ
สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยในพื้นที่นำร่องจังหวัดภูเก็ต โดยไม่มีการกักตัวและอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นระยะเวลา 7 วัน ก่อนออกเดินทางไปพื้นที่อื่นๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยถือเป็นวาระจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ นั้น ททท. ขอยืนยันแผนการเปิดเมืองภูเก็ต (Phuket Sandbox) เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป และมุ่งมั่นในการผลักดันร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว"

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา

อัพเดท 13 พฤษภาคม 2021

ขณะที่หลายคนแสดงความสนใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และกังวลว่ารัฐบาลไทยจะไม่เปิดประเทศตามแผน ททท.ได้ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าดำเนินการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน คาดว่านักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ฉีดวัคซีน จำนวนกว่า 129,000 คนจะมาเยือนประเทศไทยเมื่อเปิด Phuket Sandbox นอกจากนี้ยังกล่าวว่าจะมีการจัดทำแพ็คเกจทัวร์ระยะเวลา 7 คืนเสนอขายในราคา 150,000-220,000 บาทต่อคน

นอกจากนี้ ททท. ยังได้หารือกับสายการบินต่างๆ เพื่อร่วมรณรงค์และร่วมทำแคมเปญแจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศฟรี มูลค่า 2,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดจากภูเก็ตหลังจาก 7 วัน เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเป็นไปตามเป้าหมาย

อัพเดท 1 เมษายน 2021

ประเทศไทยลดวันกักตัวพร้อมประกาศแผนเปิดประเทศ 3 ระยะ

ระยะที่ 1 เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน จากการประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19ได้มีมติให้ลดวันกักตัวจาก 14 วันเป็น 10 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 นอกจากนี้ยังมีให้ลดวันกักตัวเหลือ 7 วันสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว  การลดระยะเวลากักกันในประเทศไทยนี้ ไม่ได้ใช้กรณีผู้เดินทางจากประเทศที่มีเชื้อโควิด - 19 กลายพันธุ์ตามที่ สธ. กําหนด ซึ่งจะต้องดำเนินการกักกันเป็นเวลา 14 วันตามระเบียบข้อบังคับเดิม

Update: อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ผู้เดินทางจะต้องได้รับการกักกันอีกครั้งเป็นเวลา 14 วันโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะการฉีดวัคซีน

ระยะที่ 2 มีกำหนดจะดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายนโดยเริ่มจากเกาะภูเก็ตซึ่งนักท่องเที่ยวที่ฉัดวัคซีนจะไม่ต้องกักตัว

ระยะที่ 3 มีกำหนดจะจัดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม โดยที่กระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา และเชียงใหม่ จะดำเนินการตามภูเก็ตและจะเริ่มรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนโดยไม่มีการกักกัน

คาดว่าการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบจะมีขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2565

อัพเดต 26 มีนาคม 2021

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับการอนุมัติจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจาก​ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบในแผนการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีน ซึ่งต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ จึงจะสามารถเดินทางไปภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว หรือที่เรียกว่า Phuket Sandbox.

ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 มีแผนจะเปิดพื้นที่ภูเก็ตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีการกักกัน

หากโครงการนี้สำเร็จ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 จะดำเนินการในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ เช่น ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ กระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และฉีดวัคซีนครบตามจำนวนที่กำหนดและตรวจหาเชื้อโควิด-19

Test & Go ในภูเก็ต

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนและเดินทางจากประเทศความเสี่ยงต่ำ สามารถเข้าสู่ประเทศไทยได้โดยไม่ต้องผ่านการกักตัวภายใต้โครงการ TEST & GO  คลิกดูข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับโครงการ Test & Go ในภูเก็ตที่นี่ : โครงการ Test & Go ในภูเก็ต

หมายเหตุ

โปรดทราบว่าในช่วงการระบาดของ COVID-19 กฎและข้อบังคับมักจะมีการเปลี่ยนแปลง  เราขอแนะนำให้คุณติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของคุณเพื่ออัพเดทข้อมูลอยู่เสมอ