ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox): แผนการเปิดประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว!

รัฐบาลไทยเปิดประเทศไทยอีกครั้งโดยไม่มีการกักตัว ตามแผน "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)" ซึ่งมีจังหวัดภูเก็ตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของไทยเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในการต้อนรับนักเดินทางจากต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว และแสดงผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 เข้ามาท่องเที่ยว  


For English Click: Phuket Sandbox Plan: Thailand without Quarantine


ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) คืออะไร?

แผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นโครงการใหม่ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน โครงการนี้มีเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ก่อนที่ประเทศไทยจะกลับมาเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกของไทยที่มีการดำเนินการตามแผนของโครงการ "แซนด์บ็อกซ์" นี้ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะภูเก็ตนี้จะไม่กักตัวในห้องพักอีกต่อไป

เงื่อนไข/กฎเกณฑ์ของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

แผนของ Phuket Sandbox มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564 (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง)

ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ Phuket Sandbox การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการยืนยันแผนเปิดเมืองภูเก็ตเพื่อรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ในวันที่ 1 ก.ค.2564 เป็นต้นไป โดยไม่มีการกักตัวและมีการระบุต้องอยู่ในภูเก็ตเป็นเวลาเพียง 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางออกนอกพื้นที่ แต่ประกาศต่อๆมามีการระบุว่านักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนต้องอยู่บนเกาะภูเก็ตไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในประเทศ แผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับการอนุมัติภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 14 วันและต้องแสดงผลการตรวจ COVID-19 เป็นลบก่อนเดินทางไปยังจังหวัดอื่น 

คนไทยเข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้หรือไม่?

มาตรการเข้าจังหวัดภูเก็ตจากต่างประเทศมีการระบุว่าชาวไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยสามารถเข้าร่วม Phuket Sandbox ได้ โดยจะต้องเดินทางกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือปานกลาง

ใครบ้างที่สามารถร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์โดยไม่ต้องกักตัว?

✔️ ผู้เดินทางอายุ 18 ปีขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน  โดยเดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงปานกลาง/ต่ำ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข และททท.เลือกบางประเทศ 

✔️ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่เดินทางกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องมีใบรับรองแพทย์พร้อมผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธี RT-PCR ซึ่งระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง

✔️ คนไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นพํานักในไทย ที่เดินทางกลับมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงและปานกลาง 

ประเทศที่สามารถเข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

แผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเปิดสำหรับนักเดินทางที่บินมายังประเทศไทยจากประเทศเสี่ยงต่ำและปานกลางของไวรัส SAR-CoV-2 

รายชื่อประเทศที่มีสิทธิ์เข้าร่วมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2021 สามารถดูได้ด่านล่างนี้ 

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

สำหรับการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยและเข้าร่วม Phuket Sandbox ผู้เดินทางจะต้องยื่นขอ Certificate of Entry (COE) หรือ ใบรับรองในการเดินทางเข้าประเทศไทยเช่นเดียวกับทุกคนที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วงการระบาดของ COVID-19 

ผู้เดินทางทุกคนต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง (Certificate of Vaccination) โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และต้องส่งหลักฐานการฉีดวัคซีนเมื่อลงทะเบียน COE 

คุณจะต้องแสดงหลักฐานการจองโรงแรม SHA Plus (SHA+) และหลักฐานการชําระค่าโรงแรมล่วงหน้า โดยระบุระยะเวลาการเข้าพักไม่ต่ำกว่า 14 คืน

หลักฐานการการจองตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR จำนวน 3 ครั้ง 

ตั๋วเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศไปภูเก็ต

ในการเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวยังคงจะต้องแสดงหนังสือยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR หรือ  COVID-19 free certificate ที่ออกให้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงประเทศไทย

สําหรับกรณีที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตน้อยกว่า 14 วัน ให้แสดงบัตรโดยสารขาออกจากภูเก็ตพร้อมทั้ง หลักฐานการชําระเงินค่าที่พัก และค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในช่วงเวลาดังกล่าว 

ประกันโควิด COVID-19 สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

คนไทยและชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางมายังภูเก็ตผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด - 19 ในจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 USD ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

คุณสามารถเช็ครายละเอียดแผนและเบี้ยประกัน และซื้อแผนประกันเข้าไทย ได้เพียงไม่กี่คลิ้ก และรับเอกสารทาง Email เพื่อใช้ยื่นได้ทันที อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกสัญชาติ "ไทย" 

คลิกด่านล่างเพื่อเปรียบเทียบราคาในเว็บไซต์ประกันภัยและซื้อออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ที่นี่ ⬇️

  • AXA Thailand insurance - แผนประกันนี้สามารถใช้ประกอบการสมัคร Certificate of Entryในการเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านระบบ Phuket Sandbox  คุ้มครองตรงตามที่สถานฑูตไทยกำหนด ชาวต่างชาติหลายพันคนเลือกใช้ประกันนี้สำหรับเพื่อเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงการระบาดของ COVID-19  
  • Tune Protect iPass  - บริษัทประกันของไทยที่เสนอประกันสุขภาพสําหรับทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตเนื่องจากโรคติดเชื้อ COVID-19 
  • Thailand Pass Insurance - กรมธรรม์ยอดฮิตสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถซื้อได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ มีความคุ้มครองวงเงิน 3,500,000 บาท หรือเทียบเท่าอย่างน้อย 100,000 เหรียญสหรัฐ

เช็ครายละเอียดเพิ่มเติมของประกันภัยทั้งหมดได้โดยคลิกลิ้งค์ด้านล่างนี้

โรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์: SHA+ Plus Hotels

แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดในการกักตัว แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเก็ตต้องพำนักในโรงแรมที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง SHA+ (SHA Plus) เท่านั้น  ซึ่งเครื่องหมาย SHA+ คือ สัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย ออกโดยททท.และ สธ. เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขภาพที่มีมาตรฐานแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ หลังการพำนักตามระยะเวลาที่กำหนดสามารถเดินทางไปยังจังหวัดอื่นในประเทศไทยได้ 

คุณต้องเข้าพักที่โรงแรม SHA Plus เพียงโรงแรมเดียวในช่วงใน 7 คืนแรก จากนั้นคุณจะสามารถย้ายไปโรงแรมอื่นๆใน 7 คืนหลังได้ ในกรณีที่เข้าพักในภูเก็ตน้อยกว่า 14 คืน คุณต้องเดินทางกลับประเทศโดยใช้สนามบินนานาชาติภูเก็ต

โรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สามารถจองผ่านเว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ต่างๆ เช่น Booking.comAgoda.com หรือโรงแรมโดยตรง และเมื่อทำการจ่ายเงินครบแล้ว เจ้าหน้าที่ของโรงแรมจะทำการป้อนข้อมูลการจองของแขกเข้าไปยังระบบ SHABA (SHA Plus Booking Authentication system) เพื่อจัดทำใบยืนยันการจองโรงแรม SHA Plus ที่มี QR Code อย่างเป็นทางการ จากนั้นผู้เข้าพักนำใบยืนยันการจองไปอัพโหลดในเว็บไซต์ COE เพื่อเป็นเอกสารประกอบให้สถานเทูตอนุมัติในการเดินทางเข้าประเทศ

รายชื่อโรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นโรงแรม SHA Plus  (SHA+) ในจังหวัดภูเก็ต ได้มีการรวบรวมไว้ในลิ้งค์ด้านล่างนี้  ⬇️

นอกจากนี้ เรายังได้ลิสต์รายชื่อโรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยแบ่งตามพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดภูเก็ตเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา ดังนี้

การตรวจโควิด-19 ที่ภูเก็ต

ระหว่างการเข้าพักในจังหวัดภูเก็ต ผู้เดินทางทุกคนต้องเข้ารับการตรวจโควิด-19 และออกค่าใช้จ่ายเอง สำหรับจำนวนครั้งในการตรวจโควิด-19 (วิธี RT-PCR) กำหนดไว้ดังนี้ 

  • ตรวจครั้งแรกเมื่อเดินทางมาถึงและรอผลการตรวจโควิด-19 ในที่พัก
  • ตรวจครั้งที่สองในวันที่ 6 หรือ 7
  • ตรวจครั้งที่สามในวันที่ 12 หรือ 13

การตรวจ COVID-19 ทั้งหมดจะต้องจองและชำระเงินล่วงหน้าผ่านระบบนัดหมายของ Phuket Swab และต้องส่งหลักฐานการชำระเงินเมื่อลงทะเบียน COE

Phuket Swab Centers

  • ไม้ขาว (ภูเก็ตเหนือ) โทร. 096-643-4572
  • ลากูน่า (เชิงทะเล) โทร. 076-325-442
  • ป่าตอง (จังซีลอน) โทร. 093-574-0683
  • กะตะ (กะตะเซ็นเตอร์) โทร. 081-693-6586
  • ตัวเมืองภูเก็ต (เซ็นทรัล ฟลอเรสต้า) โทร. 088-765-0363

ถ้าหากคุณต้องการผลตรวจโควิดเพื่อเดินทางกลับต่างประเทศหรือกลับต่างจังหวัด คุณอาจต้องทดสอบ COVID-19 เพิ่มเติมก่อนออกเดินทาง  โดยทั่วไปโรงพยาบาลเกือบทุกแห่งให้บริการตรวจโควิด-19 และแพ็คเกจของการตรวจโควิด-19 แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของการทดสอบและสถานที่ตรวจ ค่าใช้จ่ายของการทดสอบ COVID-19 แบบ RT-PCR อยู่ที่ประมาณ 2,500-4,000 บาทต่อคน และการทดสอบแบบ Rapid Antigen Test  อยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน 

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต หนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำบนเกาะภูเก็ต เสนอแพ็กเกจตรวจ COVID-19 RT-PCR, Fit-To-Fly Certificate, รายงานผลตรวจ และค่าที่ปรึกษา พร้อมรับผลตรวจภายใน 24 ชม. (วันถัดไป) ในราคา 3,500 บาท สามารถจองแพ็คเกจออนไลน์ได้ในราคาพิเศษ 3,400 บาท 

จองตรวจโควิดวิธี RT-PCR ในภูเก็ต

คลินิกนาบอน อินเตอร์เมดิคอล ใจกลางเมืองภูเก็ต ให้บริการตรวจโควิดทั้งวิธี Antigen Test และ RT-PCR โดยบุคลากรทางการแพทย์มืออาชีพโดยเริ่มต้นที่ 690 บาท

จองตรวจโควิดวิธี Antigen Test ในภูเก็ต


จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณตรวจพบเชื้อโควิด-19

ในกรณีที่คุณมีผลโควิด-19 เป็นบวกคุณจะถูกส่งตัวไปยังสถานพยาบาลเพื่อรับการรักษา คุณจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลซึ่งครอบคลุมในประกัน COVID-19 ที่กำหนด

หากคุณเดินทางเป็นกลุ่ม ผู้เดินทางที่เหลือในกลุ่มจะต้องเข้าพักในโรงแรมกักตัวในจังหวัดภูเก็ต AQ / ALQ เป็นเวลา 14 คืน และจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกักตัวเอง

ผู้ที่มีอาการใดอาการหนึ่งของโรคโควิด-19 จะต้องเข้ารับการตรวจทันที หากเดินทางเป็นหมู่คณะ ทุกคนในกลุ่มจะต้องตรวจโควิดเช่นกัน

สายการบินไปภูเก็ต

สายการบินหลายสายได้มีการประกาศเที่ยวบินตรงไปภูเก็ต เช่น การบินไทย, สิงคโปร์แอร์ไลน์, เอมิเรตส์, กาตาร์แอร์เวย์, อีวาแอร์, โคเรียนแอร์ ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปภูเก็ตควรติดต่อสายการบินโดยตรงสำหรับอัพเดทเที่ยวบินปัจจุบันและข้อกำหนดการเดินทาง

ดูเพิ่มเติม: รายชื่อเที่ยวบินระหว่างประเทศสู่ภูเก็ต (Phuket Sandbox Flights)

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7

"โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 (Phuket Sandbox 7+7 Extension)" เป็นโครงการต่อเนื่องจากแซนด์บ็อกซ์ โดยอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องอื่นในจังหวัดกระบี่, พังงาหรือสุราษฎร์ธานีได้ หลังจากเข้าพักในภูเก็ตอย่างน้อย 7 คืน

Phuket Sandbox 7+7 Extension

ผู้เดินทางที่ได้รับวัคซีนแล้วจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปยังพื้นที่กำหนดต่อไปนี้

  • สุราษฎร์ธานี ( เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) - ภายใต้โครงการสมุยพลัส (Samui Plus)
  • กระบี่ (เกาะพีพี, เกาะไหง, ไร่เลย์)
  • พังงา (เขาหลัก, เกาะยาวน้อย, เกาะยาวใหญ่)

Join Our FACEBOOK Page!

รวบรวมรีวิวและอัพเดทข้อมูลโรงแรมกักตัวในประเทศไทยสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดประเทศในช่วงของการระบาดโควิด-19

 

แผนการชะลอหรือยกเลิกโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจถูกระงับหรือยกเลิกหากมีการระบาดของ Covid-19 ในจังหวัดภูเก็ต ในกรณีดังนี้

  • มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 รายต่อสัปดาห์
  • มีลักษณะการกระจายโรคในจังหวัดทั้ง 3 อำเภอ และมากกว่า 6 ตำบล
  • มีการระบาดเกิน 3 คลัสเตอร์
  • มีการระบาดในวงกว้างที่หาสาเหตุหรือความเชื่อมโยงไม่ได้
  • มีผู้ติดเชื้อครองเตียงตั้งแต่ร้อยละ 80 ของศักยภาพ

การฉีดวัคซีนที่ภูเก็ต

ความสำเร็จของโครงการ Phuket Sandbox ยังขึ้นอยู่กับผลการฉีดวัคซีนด้วย รัฐบาลได้มีการระบุเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญ คือ ภายในต้นเดือนกรกฎาคม คนภูเก็ตต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 ประมาณ 70 % ของประชากรทั้งหมดเพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่  กล่าวอีกนัยหนึ่ง ประชาชนอย่างน้อย 466,000 คนที่อาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ตควรได้รับการฉีดวัคซีนประมาณ 933,000 โดสในพื้นที่ภูเก็ตภายในเดือนมิถุนายน

ไทม์ไลน์/ข่าวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

อัพเดท 29 มิถุนายน 2564

แผนของ Phuket Sandbox มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ 7/2564  ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2564 โดยมีเนื้อหาดังนี้

มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

1. ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน

2. เดินทางมาจากประเทศ/พื้นที่ซึ่ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศบค.) หรือศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดโดยการเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้มีการลงทะเบียนผ่านระบบหรือเว็บไซต์ที่ทางราชการกําหนด ทั้งนี้ ผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศดังกล่าวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนออกเดินทาง เว้นแต่ผู้ที่พํานักอยู่ในราชอาณาจักรซึ่งได้เดินทางออกจากราชอาณาจักรและได้เดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่ที่ได้รับอนุมัติข้างต้น โดยให้มีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ดังนี้

  • หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (Certificate of Entry - COE)
  • ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 (Medical Certificate with a laboratory result indicating that COVID - 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
  • กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด - 19 ตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักร ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • หลักฐานการชําระค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR โดยระบุระยะเวลาการเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน ในโรงแรมหรือสถานที่พัก ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกําหนด สําหรับกรณีที่ผู้เดินทางพํานักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วัน ให้มีบัตรโดยสารของสายการบินที่ระบุห้วงระยะเวลาในการเดินทางออกจากราชอาณาจักร หลักฐานการชําระเงินค่าที่พัก และค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี RT-PCR ในห้วงเวลาดังกล่าว
  • เอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีน (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกําหนด ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สําหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน และเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ให้มีใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 (Medical Certificate with a laboratory result indicating that COVID - 19 is not detected) โดยวิธี RT-PCR โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

3. ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศของประเทศ/พื้นที่ต้นทาง ก่อนออกเดินทาง

มาตรการเมื่อเดินทางถึง/ระหว่างอยู่ในราชอาณาจักร

1. มาตรการตรวจคัดกรองอาการและการดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 
1.1) กรณีเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงมายัง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงการดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
 
1.2) กรณีเดินทางเข้าราชอาณาจักรโดยสายการบินที่ไม่มีเที่ยวบินตรง และต้องเดินทางโดยทางอากาศต่อไปยังท่าอากาศยานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว ให้ผู้เดินทางดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ก่อนเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
  • ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึง การดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศจุดแรกที่มีการเดินทางเข้ามาภายในราชอาณาจักร ก่อนเดินทางต่อไปยัง ท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
  • ให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ และให้ยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ รวมถึง การดําเนินพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศหรือในพื้นที่ของท่าอากาศยานจุดหมายปลายทางที่เป็นพื้นที่จังหวัดนําร่อง ด้านการท่องเที่ยว
2. ให้ใช้ระบบติดตามหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ทางราชการกําหนด โดยให้เปิดระบบติดตามดังกล่าวไว้ตลอดเวลา เพื่อเฝ้าระวังหรือติดตาม อาการระหว่างที่ผู้เดินทางพํานักอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
 
3. ให้เดินทางออกจากท่าอากาศยานไปยังโรงแรมหรือสถานที่พักโดยยานพาหนะที่จัดไว้เป็นการเฉพาะ โดยต้องไม่มีการแวะหรือหยุดพัก ณ สถานที่ใด ๆ ก่อนถึงโรงแรมหรือสถานที่พัก
 
4. ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR ณ สถานที่ที่ทางราชการกําหนด โดยผู้เดินทางรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
 
4.1) ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR จํานวน 1 ครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงราชอาณาจักร โดยห้ามเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักจนกว่าจะมีผลการตรวจยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19
 
4.2) ให้มีการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR เพิ่มเติมจากข้อ 4.1) ดังนี้
  • กรณีพํานักอยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 7 วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 7 ของระยะเวลาที่พํานักหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
  • กรณีพํานักอยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 - 14 วัน ให้มีการตรวจหาเชื้อ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 7 และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 12 - 13 ของระยะเวลาที่พํานักหรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
ทั้งนี้ ในกรณีพบว่าผู้เดินทางมีการติดเชื้อโรคโควิด - 19 ให้โรงแรมหรือสถานที่พักดําเนินการประสานส่งตัวผู้เดินทางไปยังสถานพยาบาล คู่สัญญาตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขหรือทางราชการกําหนดโดยเร่งด่วนเพื่อทําการตรวจหรือรักษาต่อไป โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด หรือเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายระหว่างโรงแรมหรือสถานที่พักกับผู้เดินทาง
 
5. กรณีผู้เดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พักหลังจากทราบผลการตรวจยืนยันแล้วว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด - 19 ให้ผู้เดินทางรายงานตัวเมื่อกลับมา ยังโรงแรมหรือสถานที่พักทุกวันตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือตามที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกําหนด โดยห้ามไปพํานักค้างคืนในสถานที่อื่นนอกเหนือจากโรงแรมหรือสถานที่พักที่ได้กําหนดไว้ และให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ราชการกําหนด อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาที่พํานักอยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว
 
6. กรณีผู้เดินทางพํานักอยู่ในจังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเป็นเวลาน้อยกว่า 14 วัน ห้ามผู้เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเด็ดขาด และเมื่อครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทันที
 
7. กรณีผู้เดินทางพํานักอยู่ในจังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ให้สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวได้ เมื่อครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว
 
มาตรการก่อนเดินทางออกจากราชอาณาจักรหรือเดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร
  • ให้ตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR กรณีประเทศ/พื้นที่ปลายทางกําหนด โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ในกรณีผู้เดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดอื่นภายในราชอาณาจักร ให้ผู้เดินทางแสดงหลักฐานการพํานักที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนําร่องด้านการท่องเที่ยว พร้อมหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิด - 19 โดยวิธี RT-PCR ตามข้อ 4.2) ข. ต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อของจังหวัดต้นทางและจังหวัดปลายทางตามหลักเกณฑ์หรือแนวทางที่ทางราชการกําหนด

อัพเดท 28 มิถุนายน 2564

ททท. ได้เผยข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเปิดประเทศไทยและมาตรการเข้าประเทศไทยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเริ่มจากภูเก็ตเป็นประเทศนำร่องตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ดังนี้

ก่อนเดินทาง

  • ผู้เดินทางควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหรือสถานที่แออัดไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง
  • ผู้เดินทางต้องเดินทางจากประเทศ/ภูมิภาคที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และททท. เสนอ และต้องอยู่ในประเทศดังกล่าวไม่น้อยกว่า 21 วันก่อนวันเดินทาง 
  • ต้องลงทะเบียนการเดินทางผ่านระบบหรือเว็บไซต์ที่กำหนด และมีเอกสารดังต่อไปนี้:
    • หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE)
    • ใบรับรองแพทย์พร้อมผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธี RT-PRC ระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง
    • สำเนากรมธรรม์ประกันภัยเป็นภาษาอังกฤษ ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและค่ารักษาสำหรับ COVID-19 ตลอดระยะเวลาในประเทศไทย โดยระบุความคุ้มครองอย่างชัดเจนไม่ต่ำกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • สำเนาการยืนยันการชำระเงินสำหรับการเข้าพัก 14 คืนและการทดสอบ RT-PCR 
    • ในกรณีที่ระยะเวลาพำนักน้อยกว่า 14 วัน ผู้เดินทางจะต้องแสดงตั๋วเที่ยวบินที่ยืนยันแล้วออกจากประเทศไทย
    • ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 พร้อมวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันเดินทาง
  • ผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองทางออกก่อนออกเดินทางมาถึง

วันที่เดินทางมาถึง

  • ผู้เดินทางต้องผ่านการตรวจคัดกรองการเข้าเมือง ตลอดจนขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
  • ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนตลอดจนเปิดแอปพลิเคชันตลอดเวลาตลอดระยะเวลาในประเทศไทย
  • เดินทางไปยังโรงแรมที่จองไว้ด้วยบริการรับส่งสนามบินที่ได้รับอนุมัติ
  • เข้ารับการทดสอบ COVID-19 (วิธี RT-PCR) โดยออกค่าใช้จ่ายเองตามข้อกำหนดต่อไปนี้:
    • ทำการทดสอบครั้งแรกเมื่อเดินทางมาถึงและรอผลการทดสอบในที่พัก
    • ทำการทดสอบ RT-PCR เพิ่มเติมตามข้อกำหนดต่อไปนี้:
      • ผู้เดินทางที่มีระยะเวลาพำนักน้อยกว่า 7 วันจะต้องทำการทดสอบอีกครั้งในวันที่ 6 หรือ 7 หรือตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
      • ผู้เดินทางที่มีระยะเวลาพำนักระหว่าง 10-14 วัน ต้องทำการทดสอบครั้งที่สองในวันที่ 6 หรือ 7 และการทดสอบครั้งที่สามในวันที่ 12 หรือ 13 หรือตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
  • หากผลตรวจเป็นลบสำหรับ COVID-19 ผู้เดินทางสามารถไปได้ทุกที่ในภูเก็ต
  • ผู้เดินทางที่ตั้งใจจะเข้าพักน้อยกว่า 14 วันต้องออกจากภูเก็ต (ประเทศไทย) โดยทันทีโดยเที่ยวบินระหว่างประเทศไปยังประเทศอื่น
  • ผู้เดินทางที่เข้าพักในภูเก็ตครบ 14 คืนแล้ว จะได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของประเทศไทย

การเดินทางออกระหว่างประเทศ / ภายในประเทศ

  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังประเทศอื่น ผู้เดินทางควรปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่ประกาศโดยประเทศปลายทางนั้นๆ
  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ของไทย ผู้เดินทางจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้เข้าพัก 14 คืนพร้อมกับเอกสารที่จำเป็นอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์และมาตรการที่ประกาศโดยจุดหมายปลายทางนั้นๆ

อัพเดท 19 มิถุนายน 2564

แผนของ Phuket Sandbox ได้รับการอนุมัติการประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 และจะมีการเสนอเพื่อขออนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรี

ร่างมาตรการเข้าจังหวัดภูเก็ต (ตามราชกิจจานุเบกษา) มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคําสั่งเปลี่ยนแปลง

เกณฑ์การรับนักท่องเที่ยว Phuket Sandbox 

  • กําหนดประเทศของนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ และปานกลาง (สธ.กําหนด และททท.เลือกบางประเทศ
  • คนต่างชาตติต้องพำนักอยู่ในประเทศความเสี่ยงต่ำและปานกลาง อย่างน้อย 21 วันก่อนเดินทางเข้าพื้นที่
  • คนไทย และคนต่างชาติที่มีถิ่นพํานักในไทย ที่เดินทางกลับมาจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงและปานกลาง
  • การได้รับวัคซีนที่รับรองโดย อย. หรือ WHO ครบกําหนดตามประเภทวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน และมีเอกสารรับรอง การได้รับวัคซีน (Vaccine Certificate) ถูกต้อง
  • กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี มากับผู้รับวัคซีนให้เดินทาง พร้อมผู้ปกครองได้
  • กรณีเคยติดเชื้อ ต้องได้รับวัคซีนครบตามประเภทของวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน

เมื่อเดินทางมาถึงภูเก็ต 

  • ติดตั้งแอปพลิเคชันหมอชนะ (ภาษาอังกฤษ)
  • เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ณ สนามบินภูเก็ด
  • เดินทางเข้าที่พัก SHA+ ด้วยพาหนะที่กําหนด
  • รอผลการตรวจในห้องพัก เมื่อไม่พบเชื้อสามารถออก จากห้องพักและเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้

ระหว่างพํานักในภูเก็ต  

  • พํานักในภูเก็ตอย่างน้อย 14 คืน กรณีอยู่น้อยกว่า 14 คืน ต้องเป็นการเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงออกนอกราชอาณาจักร จากจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น
  • ตรวจ RT-PCR ตามระยะเวลาที่พํานัก (ในวันที่ 6-7 และ 12-13)

ก่อนเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต 

  • จากจังหวัดภูเก็ตไปจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยให้แสดงหลักฐานยืนยันว่าได้พํานักในภูเก็ดอย่างน้อย 14 คืน 

อัพเดท 12 มิถุนายน 2564

เฟซบุ๊กประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ได้ระบุ​ถึงการดำเนินการของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ดังนี้

"โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” (Phuket Sandbox) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากข้อสั่งการของผม ในการหาหนทางในการทดลองเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว เพื่อฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศมาตลอด โดยพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดนั่นคือจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นเกาะที่สามารถควบคุมการเข้าออกได้ ดังนั้นเราจึงมีการเตรียมความพร้อมด้วยการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในภูเก็ต ซึ่งในวันนี้ฉีดไปมากกว่า 70% ของประชากรทั้งจังหวัดแล้ว โดยเฉพาะพี่น้องในภาคการท่องเที่ยวที่เราจะฉีดให้ครบ 100% ซึ่งจะเปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ และต้องพักอาศัยในภูเก็ตอย่างน้อย 14 วันก่อนจะไปท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นต่อได้ และจะมีระบบตรวจโรคและติดตามตัวอย่างเข้มงวดด้วย

โดยโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” นี้ได้ผ่านการพิจารณาจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ ศบค. และ ครม. อนุมัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ และจะเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆต่อไป

สำหรับส่วนกิจการอื่นๆ เช่นร้านอาหาร หรือพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่ยังมีเงื่อนไขการปิดสถานที่ หรือมีข้อจำกัดต่างๆ ผมและศบค. มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยทางสาธารณสุขและการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน และจะประกาศให้ทราบทันทีที่มีมติในการเปลี่ยนแปลงครับ"

อัพเดท 8 มิถุนายน 2564

ททท.เผยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโมเดล Phuket Sandbox เปิดให้บริการภูเก็ตอย่างปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 1 ก.ค. ดังนี้

ก่อนเดินทาง

ผู้เดินทางต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนและบุตรหลาน จำเป็นต้องเตรียมเอกสารล่วงหน้าทั้งหมดตามลำดับสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ ดังนี้ 

  • ใบรับรองวัคซีนเพื่อพิสูจน์ว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบถ้วนแล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปีก่อนวันเดินทางด้วยวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขหรือได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO)
  • วีซ่า (สำหรับต่างขาติ)
  • หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE) ที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย
  • กรมธรรม์ประกันสุขภาพ COVID-19 ที่มีความคุ้มครองขั้นต่ำ 100,000 เหรียญสหรัฐ (สำหรับต่างขาติ)
  • การยืนยันการจองโรงแรมเป็นเวลา 14 คืน
  • ใบรับรองแพทย์พร้อมผลห้องปฏิบัติการ RT-PCR ระบุว่าตรวจไม่พบ COVID-19 ออกไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

วันที่เดินทางมาถึง

  • ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร และการตรวจคัดกรอง COVID-19 
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ThailandPlus
  • เช็คอินที่สถานประกอบการที่พักที่ได้รับการรับรอง SHA Plus ที่จองล่วงหน้าและพักที่นั่นไม่น้อยกว่า 14 คืน

ระหว่างการเข้าพักในภูเก็ต

  • เข้ารับการทดสอบ COVID-19 โดยใช้วิธี RT-PCR หรือวิธี rapid antigen ในวันที่ 5 ที่คุณมาถึงตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
  • มีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวหรือเพลิดเพลินกับบริการในสถานที่และธุรกิจที่ได้รับการรับรอง SHA Plus ภายใต้มาตรการป้องกัน DMHTTA
  • กรณีฉุกเฉินในกรณีที่มีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรืออาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ ณ ที่พักของท่าน หรือติดต่อโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
  • เจ้าของสถานประกอบการที่พักต้องรายงานรายชื่อและสถานะของแขกต่างชาติทั้งหมดต่อผู้มีอำนาจในจังหวัดทุกวัน

สิ้นสุดการเข้าพัก

  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆของไทย ผู้เดินทางที่ได้รับการฉีดวัคซีนจะต้องแสดงใบรับรองวัคซีนและใบรับรองแพทย์ที่มีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ
  • สำหรับการเดินทางจากภูเก็ตไปยังประเทศอื่นๆ ผู้เดินทางควรปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่ประกาศโดยประเทศปลายทางนั้น ๆ

อัพเดท 28 พฤษภาคม 2021

ททท.ออกหนังสือแจ้งแผนการเปิดภูเก็ตถึงพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแสดงการยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ตจะเปิดเมืองเพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ 

จดหมายดังกล่าวมีเนื้อหาว่า " ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม2564 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในหลักการให้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19ครบแล้ว และมีผลตรวจเป็นลบ
สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยในพื้นที่นำร่องจังหวัดภูเก็ต โดยไม่มีการกักตัวและอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นระยะเวลา 7 วัน ก่อนออกเดินทางไปพื้นที่อื่นๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยถือเป็นวาระจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ นั้น ททท. ขอยืนยันแผนการเปิดเมืองภูเก็ต (Phuket Sandbox) เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป และมุ่งมั่นในการผลักดันร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว"

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา

อัพเดท 13 พฤษภาคม 2021

ขณะที่หลายคนแสดงความสนใจภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และกังวลว่ารัฐบาลไทยจะไม่เปิดประเทศตามแผน ททท.ได้ยืนยันว่ายังคงเดินหน้าดำเนินการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน คาดว่านักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ฉีดวัคซีน จำนวนกว่า 129,000 คนจะมาเยือนประเทศไทยเมื่อเปิด Phuket Sandbox นอกจากนี้ยังกล่าวว่าจะมีการจัดทำแพ็คเกจทัวร์ระยะเวลา 7 คืนเสนอขายในราคา 150,000-220,000 บาทต่อคน

นอกจากนี้ ททท. ยังได้หารือกับสายการบินต่างๆ เพื่อร่วมรณรงค์และร่วมทำแคมเปญแจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศฟรี มูลค่า 2,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และต้องการเดินทางไปต่างจังหวัดจากภูเก็ตหลังจาก 7 วัน เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเป็นไปตามเป้าหมาย

อัพเดท 1 เมษายน 2021

ประเทศไทยลดวันกักตัวพร้อมประกาศแผนเปิดประเทศ 3 ระยะ

ระยะที่ 1 เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน จากการประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19ได้มีมติให้ลดวันกักตัวจาก 14 วันเป็น 10 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564 นอกจากนี้ยังมีให้ลดวันกักตัวเหลือ 7 วันสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว  การลดระยะเวลากักกันในประเทศไทยนี้ ไม่ได้ใช้กรณีผู้เดินทางจากประเทศที่มีเชื้อโควิด - 19 กลายพันธุ์ตามที่ สธ. กําหนด ซึ่งจะต้องดำเนินการกักกันเป็นเวลา 14 วันตามระเบียบข้อบังคับเดิม

Update: อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ผู้เดินทางจะต้องได้รับการกักกันอีกครั้งเป็นเวลา 14 วันโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะการฉีดวัคซีน

ระยะที่ 2 มีกำหนดจะดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายนโดยเริ่มจากเกาะภูเก็ตซึ่งนักท่องเที่ยวที่ฉัดวัคซีนจะไม่ต้องกักตัว

ระยะที่ 3 มีกำหนดจะจัดขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม โดยที่กระบี่ พังงา เกาะสมุย พัทยา และเชียงใหม่ จะดำเนินการตามภูเก็ตและจะเริ่มรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนโดยไม่มีการกักกัน

คาดว่าการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบจะมีขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2565

อัพเดต 26 มีนาคม 2021

โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้รับการอนุมัติจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจาก​ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบในแผนการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีน ซึ่งต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ จึงจะสามารถเดินทางไปภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว หรือที่เรียกว่า Phuket Sandbox.

ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 มีแผนจะเปิดพื้นที่ภูเก็ตสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีการกักกัน

หากโครงการนี้สำเร็จ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 จะดำเนินการในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ เช่น ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ กระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และฉีดวัคซีนครบตามจำนวนที่กำหนดและตรวจหาเชื้อโควิด-19

ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางมายังประเทศไทย

เนื่องจากข้อกำหนดเกี่ยวกับการเดินทางมาประเทศไทยอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและข้อมูลผู้โดยสาร เราขอแนะนำให้ติดต่อสถานทูตไทยในพื้นที่ของคุณก่อนที่จะวางแผนการเดินทางหรือจองตั๋วเครื่องบินหรือจองห้องพัก

หมายเหตุสำคัญ

โปรดทราบว่าในช่วงการระบาดของ COVID-19 กฎและข้อบังคับมักจะมีการเปลี่ยนแปลง  เราขอแนะนำให้คุณติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของคุณเพื่ออัพเดทข้อมูลอยู่เสมอ