ใบรับรอง COE ในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ Phuket Sandbox Certificate of Entry

หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย หรือ COE เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการที่ออกให้สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยในช่วงการระบาดของ COVID-19 สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศผ่านภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ยังจำเป็นต้องใช้เอกสาร COE เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตด้วยเช่นกัน เอกสารนี้เป็นการยืนยันว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของรัฐบาลไทยในการเดินทางเข้าประเทศ


For English Click: Phuket Sandbox Certificate of Entry (COE)


ตามแผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต โดยจะต้องเดินทางจากประเทศและภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางในการติดเชื้อไวรัส SAR-CoV-2 นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องกักตัวอยู่ในห้องพักของโรงแรม 14 วันและยังสามารถเดินทางได้อย่างอิสระทั่วภูเก็ต แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการในการเข้าประเทศไทย

วิธีขอรับใบรับรองในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (COE) 

ใบรับรองในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  (COE) สามารถขอได้ง่ายและสะดวกผ่านเว็บไซต์ลงทะเบียนของกระทรวงต่างประเทศ  คุณเพียงแค่อัปโหลดเอกสารที่จำเป็น และเมื่อได้รับการอนุมัติ COE จากสถานเอกอัครราชทูตไทย คุณก็สามารถบินมายังประเทศไทยได้

ระบบลงทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

1. การลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบเอกสารของผู้เดินทาง (Pre-approve)

Certificate of Entry (COE)

ขั้นตอนแรกเริ่มจากการเลือกลงทะเบียน COE กับสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบในประเทศหรือเขตแดนที่คุณจะเดินทางจากและเลือกว่าคุณจะเข้าสู่ประเทศไทยโดยเข้ามาผ่านภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox)

Q1: รูปแบบการเดินทางเข้าประเทศ

A1: เลือก “เข้าพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยว (Sandbox Program)”

Q2: พื้นที่ Sandbox ที่จะเดินทางเข้า

A2: เลือก“ ภูเก็ต (Phuket Sandbox)”

หลังจากนั้นคุณจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วนลงในแบบฟอร์มในหน้าถัดไป และให้รายละเอียด เช่น ชื่อ อีเมล สัญชาติ วันที่/เดือน/ปีเกิด ประเภทหนังสือเดินทาง หมายเลขหนังสือเดินทาง และวันที่คาดว่าจะเดินทาง ( หากมี) และรายละเอียดการติดต่อนอกประเทศไทยและในประเทศไทย

เอกสารที่จำเป็นสำหรับเพื่อตรวจสอบเอกสารของผู้เดินทาง (Pre-approve)

สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เอกสารดังต่อไปนี้จะต้องถูกอัพโหลดเข้าระบบ COE:

1. รูปถ่ายหน้าหนังสือเดินทาง

2. กรมธรรม์ประกันภัย ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด - 19 ตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในประเทศไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

3. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccination Certificate)

  • เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนควรมีรายละเอียดยืนยันตัวบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขหนังสือเดินทาง และรายละเอียดการฉีดวัคซีน ได้แก่ ชื่อวัคซีน วันที่ฉีดวัคซีน และตัวเลขรุ่นการผลิตวัคซีน เป็นต้น หากข้อมูลไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข หรือไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้ ท่านจะได้รับการพิจารณาให้กักกันตัวไม่น้อยกว่า 14 วัน
  • เอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนพร้อมคำแปล กรณีเอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
  • ผู้เดินทางต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (ฉบับจริง หรือสำเนาของเอกสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์) แก่ด่านควบคุมโรค ณ ท่าอากาศยานที่เดินทางเข้าประเทศไทย
  • หากชื่อ-สกุลบนเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนไม่ตรงกับชื่อ-สกุลในหนังสือเดินทางไทย กรุณาแนบเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

4. ข้อมูลด้านสุขภาพ / ข้อจำกัดด้านอาหาร

  • โรคประจำตัว
  • ยาที่ใช้ประจำ
  • ประวัติการแพ้ยา/อาหาร/หรือสิ่งอื่นใด
  • ประวัติการเข้ารักษาในโรงพยาบาล
  • ข้อจำกัดด้านอาหาร

5. ข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสามารถระบุข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง เดินทางพร้อมครอบครัวและมีความจำเป็นต้องกักตัวร่วมกัน หรือต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์เพิ่มเติม เช่น ต้องใช้รถเข็น ต้องฟอกไตทุก 3 วัน เป็นต้น 

เมื่อกรอกข้อมูลและกด“บันทึก” ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้ได้รับ "รหัสอ้างอิง 6 หลัก" สำหรับการแก้ไขข้อมูล, ตรวจสอบผลการลงทะเบียนและดาวน์โหลด COE

เจ้าหน้าที่สถานเอกอัคครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จะตรวจสอบเอกสารของคุณ หากถูกต้อง จะอนุมัติการลงทะเบียนล่วงหน้า (pre-approved) ผ่านระบบ หากเอกสารไม่ถูกต้อง จะมีการส่งข้อความว่าไม่อนุมัติ โดยคุณสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลในระบบได้โดยเลือกเมนู "แก้ไขข้อมูล" และติดตามสถานะการลงทะเบียนโดยคลิกเมนู "ตรวจสอบผล"

ระยะเวลาดำเนินการ: โดยปกติ สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะตรวจสอบเอกสารภายใน 3 วันหลังจากที่ลงทะเบียน

2. การขอรับหนังสือรับรองฯ (COE) หลังจากที่ได้รับ Pre-approve แล้ว

เมื่อผ่านการตรวจเอกสารแล้ว (pre-approved) ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียน COE ของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ภายใน 15 วัน หากเกินกำหนดระบบจะยกเลิกการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ และจะต้องเริ่มขั้นตอนการสมัครใหม่อีกครั้ง

เอกสารที่จำเป็นสำหรับการขอรับหนังสือรับรองในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  COE

1. ตั๋วเครื่องบิน

2. ใบจองโรงแรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (SHA Plus) พร้อมหลักฐานการชำระเงินในรูปแบบใบรับรอง SHABA

3. หลักฐานการชำระเงินสำหรับการทดสอบ COVID-19 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณอยู่

คุณสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ที่เมนู “ตรวจสอบผล” บนเว็บไซต์ หากได้รับ COE คุณสามารถดาวน์โหลด COE ได้โดยตรงจากเว็บไซต์

ระยะเวลาดำเนินการ: ตราบใดที่คุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทั้งหมด สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ฯ ควรออก COE ภายใน 3 วันทำการหลังจากผู้เดินทางส่งเอกสารยืนยันการเดินทาง

ตัวอย่างใบรับรองในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (COE)

หนังสือรับรองในการเดินทางเข้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (COE) ประกอบด้วยข้อมูลเฉพาะของคุณสำหรับการเดินทางมายังประเทศไทย เช่น ชื่อของคุณ รายละเอียดหนังสือเดินทาง วันที่ออกเดินทางและมาถึง สนามบินต้นทางและปลายทาง หมายเลขเที่ยวบิน ชื่อโรงแรมของคุณ (ที่พัก SHA Plus) และเงื่อนไขของการเข้าประเทศที่ระบุว่า Only valid for entry to Phuket, Thailand under the Phuket Sandbox Programme (ใช้ได้เฉพาะสำหรับการเข้าสู่ภูเก็ตประเทศไทยภายใต้โครงการ Phuket Sandbox)”

Phuket Sandbox Certificate of Entry (COE)

โปรดทราบว่าหากเที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป หรือโรงแรมมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากออก COE คุณจะต้องติดต่อสถานทูตเพื่อแก้ไขใบสมัคร COE หรือส่งใบสมัคร COE ใหม่เพื่อรับใบรับรองใหม่ พร้อมรายละเอียดที่ถูกต้อง

เอกสารในการเดินทางเข้าประเทศไทย

เมื่อได้รับการอนุมัติ Certificate of Entry (COE) ของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แล้ว คุณสามารถพิมพ์หนังสือ COE จากเว็บไซต์ผ่านเมนู ตรวจสอบผลการพิจารณา  คุณจะต้องแสดงเอกสารต่อไปนี้ที่เคาน์เตอร์เช็คอินด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และด่านตรวจคนเข้าเมืองเมื่อมาถึงประเทศไทย มิเช่นนั้น อาจถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศไทย

1. หนังสือเดินทาง และวีซ่าไทยที่ถูกต้อง/ใบอนุญาตเข้าประเทศ (ถ้าจำเป็น)

2. หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (COE)

3. ใบรับรองแพทย์พร้อมผลการตรวจทางห้องปฏิบัติที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด–19 โดยใช้การทดสอบ RT-PCR ออกให้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง 

4. กรรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประกันต้องครอบคลุมระยะเวลาพำนักทั้งหมดในประเทศไทย)

5. เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Certificate of Vaccination) ฉบับจริง

6. ใบยืนยันการจองโรงแรม SHA Plus และหลักฐานการชำระเงิน โดยระบุทั้งค่าที่พักและค่าธรรมเนียมการทดสอบ COVID-19

7. แบบฟอร์มต.8 (T8 Form Health Questionnaire) 

Join Our FACEBOOK Page!

รวบรวมรีวิวและอัพเดทข้อมูลโรงแรมกักตัวในประเทศไทยสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดประเทศในช่วงของการระบาดโควิด-19