อัพเดทสถานการณ์ COVID-19 ในกาตาร์ วันที่ 29 สิงหาคม 2020

อัพเดทสถานการณ์ "โควิด-19" หรือโคโรน่าไวรัส โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ซึ่งทางสถานทูตได้มีการอัพเดทสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในประเทศกาตาร์ ของวันที่ 29 สิงหาคม 2563

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศกาตาร์ ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2563

1. วันที่ 29 สิงหาคม 2563 เวลา 13.50 น.) กระทรวงสาธารณสุขกาตาร์ประกาศว่า หลังจากได้ทำการตรวจสอบการติดเชื้อจำนวน 620,128 ราย เฉพาะใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจำนวน 5,774 ราย พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 211 ราย โดย 201 รายเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และ 10 รายเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมในกาตาร์แล้ว 118,407 ราย โดยทั้งหมดได้เข้ารับการกักกันโรคและได้รับการรักษาแล้ว และในวันนี้มีผู้รักษาหาย 234 ราย กาตาร์จึงมีผู้ที่รักษาหายแล้วจำนวน 115,251 ราย (คงเหลือผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการรักษา 2,960 ราย) และปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ในกาตาร์แล้ว 196 ราย

2. สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแนะนำให้คนไทยในกาตาร์ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมร่วมกัน ดูแลสุขภาพ ด้วยการหมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำอย่างน้อย 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น ให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอและจาม ด้วยกระดาษทิชชู หรือต้นแขนด้านใน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการป่วย เช่น ไอ จาม หากมีอาการ เช่น มีไข้ มีอาการหอบ ไอและเจ็บคอหรือสงสัยว่าป่วย ให้ไปศูนย์แพทย์หรือโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับการตรวจสอบทันที หรือติดต่อสายด่วนกระทรวงสาธารณสุขกาตาร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 16000 

3. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 ส่งผลให้คนไทยและผู้ไม่มีสัญชาติไทยบางกลุ่มจะเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น

4. กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ขยายอายุวีซ่าประเภทท่องเที่ยว หรือ Visa on Arrival ที่สนามบิน เพื่อให้พำนักในกาตาร์ได้อย่างไม่ผิดกฎหมายถึงวันที่ 19 กันยายน 2563

5. สำหรับคนไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยจะต้องมีหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และใบรับรองแพทย์ (Fit-to-fly Health Certificate) มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยแล้วจะต้องได้รับการกักกันเฝ้าระวังโรค (quarantine) ที่สถานที่กักตัวของรัฐ หรือสามารถเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine : ASQ) โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

6. ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 คนต่างชาติที่มีบัตรถิ่นพำนัก (QID) สามารถขออนุญาตเดินทางเข้ากาตาร์ได้ โดยผ่านนายจ้าง โดยเมื่อเดินทางถึงจะต้องเข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 7 วัน ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางที่เดินทางมา สำหรับคนไทยสามารถตรวจหาเชื้อโควิดในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ได้ที่โรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเวชธานี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือเข้ารับการตรวจเชื้อที่ท่าอากาศยานเมื่อเดินทางถึงก็ได้

7. สำหรับผู้ที่เดินทางออกจากกาตาร์ หรือแวะผ่านเพื่อเปลี่ยนเครื่อง (transit) โดยไม่เดินทางออกจากท่าอากาศยานกรุงโดฮา ขณะนี้ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ

8. มาตรการภายในของกาตาร์ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมายกาตาร์ โทษสูงสุดจำคุก 3 ปี และปรับ 200,000 กาตาร์ริยาล หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท

8.1 ให้ชาวกาตาร์และผู้มีถิ่นพำนักในกาตาร์ ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

8.2 ผู้ที่พำนักในกาตาร์ทุกคนต้องดาวน์โหลดและลงทะเบียนในแอพพลิเคชัน EHTERAZ ผู้ที่มีสถานะสุขภาพสีเขียวใน EHTERAZ เท่านั้นที่จะใช้บริการศูนย์การค้า ธนาคาร ร้านค้าส่วนใหญ่

8.3 ระงับการให้บริการสปาและร้านนวดทุกแห่ง ทั้งบริการที่ร้านและตามบ้าน

9. มาตรการผ่อนคลายในกาตาร์

9.1 มัสยิดเปิดบางแห่ง

9.2 ร้านค้า ศูนย์การค้าและตลาดเปิดให้บริการทุกวันตามปกติ

9.3 อนุญาตให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่มีการรวมกลุ่มไม่เกิน 30 คนได้ และกิจกรรมในร่มไม่เกิน 10คน

9.4 ร้านอาหารเปิดให้บริการรับประทานในร้านได้โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ

9.5 ตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2563 ให้บริการร้านตัดผม ร้านเสริมสวย โดยจำกัดผู้เข้าใช้บริการและต้องสำรองเวลาล่วงหน้า

Source: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา