อัพเดทสถานการณ์ COVID-19 ในเดนมาร์ก วันที่ 5 สิงหาคม 2020

อัพเดทสถานการณ์ "โควิด-19" หรือโคโรน่าไวรัส โดยสถานเอกอัครราชทูต  ณ กรุงโคเปนเฮเกน ซึ่งทางสถานทูตได้มีการอัพเดทสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในประเทศเดนมาร์ก ของวันที่ 5 สิงหาคม 2563

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในประเทศเดนมาร์ก ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2563

  • จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมในเดนมาร์ก รวม 14,440 คน (เพิ่มขึ้น 126 คน)
  • ผู้รับการตรวจหาเชื้อ 1,255,227 คน (เพิ่มขึ้น 15,346 คน)
  • ผู้เสียชีวิต 616 (เท่าเดิม) ผู้เข้ารับการรักษาที่ รพ. 24 คน (เท่าเดิม) โดย 3 คนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU
  • ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 12,958 คน (เพิ่มขึ้น 38 คน)
  • Active cases รวม 866 คน 

ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ในเดนมาร์ก

1. หน่วยงาน State Serum Institute (SSI) เปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในสัปดาห์ที่ 31 (27 ก.ค. – 2 ส.ค. 2563) รวม 429 คน เพิ่มขึ้นจาก 247 คนในสัปดาห์ที่ 30 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 90) ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. 2563 เป็นต้นมา โดย Ringsted ซึ่งพบ outbreak ในโรงฆ่าสุกรของบริษัท Danish Crown เป็นเขตเทศบาลที่มีอัตราการติดเชื้อสูงสุด อยู่ที่ 175 คนต่อประชากร 1 แสนคน ตามมาด้วย Ishøj และ Albertslund ซึ่งมีอัตราการติดเชื้อ 26 และ 25 คน ต่อประชากร 1 แสนคน ตามลำดับ นอกจากนี้ เขตเทศบาลเมือง Aarhus มีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 22 คน ต่อประชากร 1 แสนคน

2. SSI วิเคราะห์ข้อมูลผู้ติดเชื้อในสัปดาห์ที่ 30 (20 – 26 ก.ค. 2563) พบว่า ในจำนวนผู้ตรวจพบการติดเชื้อ COVID-19 ทั้งหมด 247 คน ร้อยละ 54 เป็นผู้อพยพ ในขณะที่สัดส่วนของผู้อพยพในประชากรทั้งหมดคือเพียงร้อยละ 14 นอกจากนี้ พบว่าในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในเมืองออร์ฮูสซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเดนมาร์กรวม 104 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกในชุมชนผู้อพยพชาวโซมาเลีย ทั้งนี้ SSI คาดว่าอาจเป็นเพราะผู้อพยพมักอาศัยรวมกันอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ในสถานที่จำกัด หรืออาจเป็นเพราะข้อจำกัดด้านภาษาที่ทำให้ไม่สามารถทำ contact tracing ในย่านที่อยู่อาศัยของผู้อพยพได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ผอ. SSI กล่าวเกี่ยวกับอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในเดนมาร์กว่า ยังไม่ถึงขั้นที่น่าวิตกกังวล (alarming) เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณของ infection chain ขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถควบคุมได้

3. เทศบาลเมืองออร์ฮูสได้ออกมาตรการเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเมืองออร์ฮูส ประกอบด้วย การจำกัดการเข้าเยี่ยมผู้พักอาศัยในบ้านพักคนชรา

  • การทำ contact tracing โดย Danish Agency for Patient Safety

  • การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแนวทางการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ ได้แก่ การรักษาระยะห่าง สุขอนามัยมือ และการใช้หน้ากากอนามัยในรถโดยสารสาธารณะ

  • การให้ข้อมูลแก่ประชาชนผ่านหน่วยงาน/องค์กรด้านบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้อพยพจากโซมาเลีย

  • การตรวจหาเชื้อใน จนท. ที่ทำงานในบ้านพักคนชรา

ในชั้นนี้ Danish Agency for Patient Safety พบ micro outbreaks หลายแห่งซึ่งยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างกัน รวมทั้ง infection chains สำคัญอีก 2-3 แห่ง เช่น กลุ่มผู้อพยพชาวโซมาเลีย และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยออร์ฮูส ซึ่งได้ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อและแยกกักตัวเพื่อตัดห่วงโซ่การแพร่เชื้อแล้ว

4.  รบ.เดนมาร์กและพรรคการเมืองต่าง ๆ จะหารือกันเกี่ยวกับการแผนขั้นที่ 4 ของการเปิดสังคมเดนมาร์ก ในวันที่ 12 ส.ค. 2563 ซึ่งตามแผนเดิมกำหนดให้ ไนท์คลับและสถานบันเทิงกลางคืนอื่นๆ เปิดให้บริการได้ในเดือน ส.ค. หลังช่วงวันหยุดฤดูร้อน อย่างไรก็ดี ผอ. SSI ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2563 ว่า รบ.ควรพิจารณาชะลอการเริ่มแผน reopening ขั้นที่ 4 โดยจากมุมมองด้านสาธาณสุขไม่สามารถแนะนำให้ รบ.อนุญาตการเปิดไนท์คลับและสถานบันเทิงกลางคืนในอนาคตอันใกล้นี้ได้ ซึ่งต่อมา รมว.สธ.เดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์สื่อว่า รบ.จะไม่เสนอมาตรการที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเห็นว่าไม่เหมาะสม

5. Tracking application ของเดนมาร์ก ภายใต้ชื่อ smitte|stop ซึ่งเปิดให้เริ่มใช้งานตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. 2563 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลด application ดังกล่าวแล้ว 824,000 ครั้ง ซึ่งการใช้แอปพลิเคชั่น smitte|stop เป็นเครื่องมือ contact tracking ที่ได้ผลดีและช่วยสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ tracking unit เพื่อสืบหาและตัดห่วงโซ่การแพร่ระบาดในเดนมาร์ก

คำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขเดนมาร์ก

Danish Health Authority ได้ปรับคำแนะนำสำหรับการสวมหน้ากากอนามัยและ visor/face shield เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 ในบางสถานการณ์ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2563 ได้แก่

  • เป็นผู้ติดเชื้อหรือมีอาการสงสัยว่าอาจติดเชื้อและต้องเดินทางไป รพ.
  • การเดินทางออกจากสนามบินหลังจากได้เดินทางไปยังประเทศ/พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องกักตัวที่บ้าน
  • เป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อที่ต้องเดินทางไปรับการตรวจหาเชื้อ
  • เป็นญาติ/ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อซึ่งไม่สามารถรักษาระยะห่างจากผู้ป่วยได้
  • การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะซึ่งไม่สามารถรักษาระยะห่างระหว่างกันได้
  • ในบริบทของธุรกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง face-to-face contact เป็นเวลานานและบ่อยครั้งได้
  • การรวมตัว/ชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากและไม่สามารถหลีกเลี่ยง face-to-face contact เป็นเวลานาน หรือไม่สามารถรักษาระยะห่างระหว่างกันได้

ทั้งนี้ สธ.เดนมาร์กแนะนำให้ประชาชนพกหน้ากากอนามัยติดตัวกรณีที่จำเป็นต้องใช้ในรถโดยสารสาธารณะ และมีเตรียมไว้ที่บ้านกรณีต้องเดินทางไปพบแพทย์/ตรวจหาเชื้อ อย่างไรก็ดี ยังคงเน้นย้ำว่า การสวมหน้ากากอนามัยไม่สามารถแทนที่การล้างมือและรักษาระยะห่าง แต่เป็นคำแนะนำที่เสริมขึ้นมา นอกจากนี้ การใช้หน้ากากอนามัยจำเป็นต้องใช้อย่างถูกวิธี การใช้ไม่ถูกวิธีอาจนำไปสู่ความเสี่ยงการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นได้

 ในสถานการณ์ที่อัตราการติดเชื้อ COVID-19 เริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งข่าวสารการเกิดการแพร่ระบาดเฉพาะในบางพื้นที่ (local outbreaks) ขอให้ชาวไทยในเดนมาร์กทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยและมาตราการต่าง ๆ ของทางการเดนมาร์กอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากสื่อท้องถิ่นและสถานทูตฯ

Source: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล